ละติจูด 19.394675 , ลองจิจูด 98.928988 ความสูงจากระดับน้ำทะเล

สถานที่ตั้ง

ถ้ำเชียงดาว ตำบลเชียงดาว อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ รหัสไปรษณีย์ 50170

ประเภทสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ

ถ้ำ

สถานภาพ

- แหล่งธรรมชาติอันควรอนุรักษ์ตามมติคณะรัฐมนตรี 7 พฤศจิกายน 2532

ความสำคัญ/ลักษณะของสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ

           ถ้ำเชียงดาว เป็นสัญลักษณ์ประจำท้องถิ่นของอำเภอเชียงดาว เป็นถ้ำขนาดใหญ่บนดอยหลวงเชียงดาว ยอดเขาสูงประมาณ 2,180 เมตร และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีทัศนียภาพที่สวยงามและมีชื่อเสียงของจังหวัดเชียงใหม่

ตำนานความเชื่อ

           ตำนานเรื่องเล่ากันต่อ ๆ มาอีกว่ามีฤาษี ชื่อว่า “พรหมฤาษี” เป็นผู้วิเศษด้วยฌานอันแก่กล้า ได้เรียกประชุมเทวดา อินทร์ พรหม ยักษ์ อสูร นาคราช เพื่อมาเนรมิตสิ่งวิเศษต่าง ๆ เช่น พระพุทธรูปทองคำ ต้นโพธิ์ทองคำ ช้างวิเศษหรือช้างเอราวัณ ดาบวิเศษหรือดาบศรีกัญชัย อาหารทิพย์ ม้าวิเศษ เป็นต้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถูกเก็บไว้ที่ส่วนลึกภายในถ้ำและได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดีจากเทวดาผู้มีฤทธิ์ชื่อว่า “เจ้าหลวงคำแดง” ครั้งหนึ่งมีชาวบ้าน 2 คน ได้เข้าไปในถ้ำเพื่อค้นหาของวิเศษ และต้องการนำออกมาจากถ้ำด้วย แต่แล้วก็มีอันเป็นไป คือทั้ง 2 คนหาทางออกมาจากถ้ำไม่ได้ แม้ญาติพี่น้องจะเข้าไปตามหาก็ไม่พบ ภายหลังมีชาวบ้านเข้าไปพบโดยบังเอิญ ปรากฏว่าคนหนึ่งเสียชีวิตไปแล้ว ส่วนอีกคนหนึ่งยังมีชีวิตอยู่ จึงนำมารักษาตัวที่บ้าน แต่เพียงไม่ถึงอาทิตย์ก็เสียชีวิต หลังจากนั้น ก็มีเรื่องราวของคนที่เข้าไปในถ้ำแล้วหลงทางกลับออกมาไม่ได้ จนต้องเสียชีวิตอยู่ในถ้ำ เพราะมีจิตอกุศลคิดอยากได้ของวิเศษนั้นมาเป็นสมบัติส่วนตัว ดังนั้น เรื่องราวในตำนานจึงกลายเป็นความเชื่อ ความศรัทธาในความ ศักดิ์สิทธิ์ของถ้ำหลวงเชียงดาวตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ประวัติศาสตร์ และโบราณคดี

        ถ้ำเชียงดาว สร้างเมื่อ พ.ศ. 2310 มีชื่อเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า วัดถ้ำหลวงเชียงดาว การก่อสร้างเริ่มครั้งแรกโดยพระครูบาประธรรมปัญญา และพ่อแสนปี ต่อมา พ.ศ. 2430 พระยาอินต๊ะภิบาล มาทำบันไดขึ้นสู่ปากถ้ำ พร้อมเสนาสนะและศิลปวัตถุอื่น ๆ ใน พ.ศ. 2456 มีฤาษีชื่อคันธะมาสร้างพระพุทธรูป จนถึง พ.ศ. 2477 ครูบาศรีวิชัย มาสร้างและบูรณะ นอกจากนั้นในสมัยหลังได้มีการสร้างและบูรณะเสนาสนะเพิ่มเติมจนถึงปัจจุบัน ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2514

        ภายในถ้ำ โดยเฉพาะโถงแรกที่เรียกชื่อว่าถ้ำพระ เนื่องจากมีการนำพระพุทธรูปเข้ามาประดิษฐาน สักการะในถ้ำจำนวนมาก

ลักษณะปัจจัยแวดล้อมทางธรณีวิทยา

        ถ้ำเชียงดาว อยู่บนดอยหลวงเชียงดาว ซึ่งดอยเชียงดาวนี้เกิดจากหินปูนยุคเพอร์เมียน (Permian) ประกอบด้วยหินปูนมวลหนาเป็นส่วนใหญ่ สลับกับหินปูนชั้นบางเป็นช่วง ๆ หินปูนมีสีเทาอ่อนถึงเทาเข้ม มีเนื้อหินปูนแบบหินปูนเนื้อโคลน มีซากดึกดำบรรพ์ของฟิวซูลินิด (Fusulinids)

         ถ้ำเชียงดาว เกิดมาจากกระบวนการเกิดภูมิประเทศแบบคาสต์ ซึ่งเกิดจากการกระทำของน้ำ ทางน้ำใต้ดิน ทำให้ภายในถ้ำเกิดหินงอกหินย้อยขนาดใหญ่และสวยงามเป็นจำนวนมาก แต่มีสีขุ่นเนื่องจากเป็นหินปูนเนื้อโคลน
        แร่ทุติยภูมิที่พบเป็นแร่แคลไซต์ (calcite) ได้แก่ หินย้อย หินงอก เสาหิน หลอดโซดา และตะกอนภายในถ้ำ ได้แก่ เศษหินถล่มจากหินน้ำไหล และหินปูน ตะกอนดินเหนียว

ลักษณะปัจจัยแวดล้อมทางกายภาพ

           ลักษณะทางกายภาพของถ้ำเชียงดาว ปากทางเข้าถ้ำสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 442 เมตร แนวโถงถ้ำมี 5 โถง ประกอบด้วย
1.) โถงถ้ำพระนอน มีความยาว 351.46 เมตร
2.) โถงถ้ำน้ำ มีความยาว 298.34 เมตร ซึ่งเป็นโถงที่มีความยาวต่อกัน
3.) โถงถ้ำม้า มีความยาว 86.25 เมตร
4.) โถงถ้ำลับแล มีความยาว 273.19 เมตร
5.) โถงถ้ำแก้ว (สำรวจในเส้นทางที่เชื่อมต่อมายังถ้ำพระนอน เนื่องจากปัจจุบันไม่เหมาะแก่การเข้าไป) มีความยาว 100.46 เมตร
     โดยโถงถ้ำพระนอนจะเชื่อมยาวต่อไปยังถ้ำน้ำ และโถงถ้ำม้าจะเชื่อมต่อไปถ้ำลับแล นอกจากนี้ ยังมีห้องเล็ก ๆ อีก ได้แก่ ปล่องแจ้ง ห้องประชุมเทวดา และห้องนาหิน  พบหลักฐานที่แสดงถึงวิวัฒนาการของถ้ำจำนวนมาก อาทิ ระดับพื้นถ้ำเก่า หินถล่มขนาดเล็ก และใหญ่จำนวนมาก รอยแตกแบบมีแรงดึง (Tension Crack) นอกจากนี้ยังพบรอยระดับน้ำ หลุมยุบ และโพรงบริเวณเพดานถ้ำ (Anastomosis)

ลักษณะปัจจัยแวดล้อมทางชีวภาพ

        - พรรณพืช จากการศึกษาสังคมป่าเบญจพรรณบริเวณหลังคาถ้ำเชียงดาว บริเวณนี้เคยมีไม้สักขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ในปัจจุบันมีไม้อื่นผสม มีไผ่รวกขึ้นแทนที่ต้นไม้ที่ขึ้นอยู่ห่างและมีเรือนยอดโปร่งทำให้มีแสงส่องถึงไม้พื้นล่างได้มาก พันธุ์ไม้ส่วนใหญ่เป็นไม้ที่ผลัดใบ 
         - สิ่งมีชีวิตภายในถ้ำ-นอกถ้ำ จะมีค้างคาวที่อาศัยอยู่บริเวณถ้ำน้ำ และแมงมุมในถ้ำม้า

ประเภทการใช้ประโยชน์

        ปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีทัศนียภาพที่สวยงามและมีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่

สุนทรียภาพและการพัฒนาทางกายภาพ

         ถ้ำเชียงดาว เป็นถ้ำที่น่าสนใจ ซึ่งตั้งอยู่เชิงเขาของดอยหลวงเชียงดาว ภายในแต่ละถ้ำ มีความงามจากการเสกสรรปั้นแต่งของธรรมชาติ ชวนให้ตื่นตาตื่นใจกับปรากฏการณ์ของหินงอกหินย้อย ที่ก่อให้เกิดรูปร่างต่าง ๆ เป็นถ้ำขนาดใหญ่ ภายในมีหินงอกหินย้อยที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติที่สวยงาม บางแห่งเป็นซอกหลืบ เมื่อฉายไฟ จะมีประกายระยิบระยับ สามารถจินตนาการเป็นรูปต่าง ๆ ได้มากมาย เสน่ห์อย่างหนึ่งของที่นี่อยู่ตรงที่มีน้ำใสไหลเย็นจากในถ้ำ ไหลออกมาที่บริเวณหน้าถ้ำ เป็นอย่างนี้ชั่วนาตาปีไม่มีเหือดหาย และไหลมารวมกันเป็นสระน้ำ มีปลาน้อยใหญ่ว่ายวนไปมา ทำให้บรรยากาศสดชื่นและยังร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศมาเที่ยวกันเป็นจำนวนมาก

สิ่งก่อสร้างและสิ่งอำนวยความสะดวก

สิ่งก่อสร้างและการบริการ
        1. ภายนอกถ้ำ
         ถ้ำเชียงดาวเป็นถ้ำที่เปิดเพื่อการท่องเที่ยวเชิงศาสนาอย่างเต็มตัว พื้นที่รอบ ๆ ตัวถ้ำซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดมีพื้นที่ค่อนข้างกว้างขวาง พื้นที่โดยรอบตัวถ้ำเทพื้นปูน ประกอบด้วยสิ่งก่อสร้างในเชิงสัญลักษณ์ทางศาสนา เพื่อที่จะให้ผู้มาเยือนวัดถ้ำได้ร่วมทำบุญบริจาคทานต่าง ๆ นอกจากนี้บริเวณพื้นที่ทำการ มีลานจอดรถ และห้องน้ำ สำหรับบริการนักท่องเที่ยวและผู้มาเยือน และมีป้ายชี้แจงรายละเอียดอย่างชัดเจน 

        2. ภายในถ้ำ
        ภายในโถงถ้ำมีการติดไฟส่องสว่างตั้งแต่ปากทางเข้าจนไปสิ้นสุดโถงถ้ำพระนอน แต่การเดินสายไฟส่องสว่างยังมีบางจุดที่สายไฟไม่เป็นระเบียบ และการใช้สีสันของหลอดไฟต่าง ๆ เพื่อประดับตามหินย้อยและหินงอกบางส่วนอาจไม่เหมาะสม เนื่องจากถ้ำพระนอน มีการติดไฟส่องสว่างผู้มาเยือนสามารถเดินชมได้โดยไม่ต้องมีมัคคุเทศก์ท้องถิ่น แต่ถ้ำแก้ว ถ้ำม้า ต้องมีมัคคุเทศก์ที่ถือตะเกียงเป็นผู้นำทาง ในส่วนถ้ำเหล่านี้จึงไม่พบมีป้ายบอกเส้นทางและรายละเอียดใด ๆ

        การเข้าถึง สามารถเดินทางโดยไปตามทางหลวงหมายเลข 107 (เชียงใหม่ - ฝาง) ก่อนถึงอำเภอเชียงดาว กิโลเมตรที่ 72 - 73 มีทางแยกเลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ 5 กิโลเมตรจึงจะถึงถ้ำ

หน่วยงานผู้ดูแลแหล่งธรรมชาติ
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว: สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่)
หมายเลขโทรศัพท์: 0 5345 6623
ที่อยู่: -
อีเมล: -
ข้อมูลทางสถิติ
ระดับความสำคัญของแหล่งธรรมชาติประเภทถ้ำ
ภาพหลัก
แผนที่
ลักษณะทั่วไป
คุณค่าความสำคัญ
คุณค่าการใช้ประโยชน์
ผลกระทบที่พบเห็น
สิ่งอำนวยความสะดวก
อื่นๆ